Table of contents
ผมรู้สึกมาตลอดว่าโรงแรมในกรุงเทพฯ แบ่งออกได้เป็นสองแบบ แบบแรกคือ “โรงแรมที่เน้นความหรูหรา” ส่วนอีกแบบคือ “โรงแรมที่สะอาดและพักสบาย” Tint of Blue Hotel อยู่ในแบบหลัง และเป็นโรงแรมประเภทที่หลังจากเข้าพักแล้ว เราจะเงียบ ๆ เพิ่มชื่อไว้ในรายชื่อส่วนตัว และอยากกลับมาพักอีกในครั้งหน้า ทั้งการออกแบบและความสบายของ Tint of Blue Hotel ทำให้รู้สึกว่าอยากกลับมาพักซ้ำ ที่นี่จึงกลายเป็นหนึ่งในโรงแรมโปรดของผมสำหรับการพักผ่อนอย่างสบายในกรุงเทพฯ

โรงแรมซ่อนตัวอยู่ในซอยเงียบ ๆ แห่งหนึ่งในย่านอโศก ไม่มีเสียงอึกทึกและไม่มีกลุ่มนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่เมื่อเดินออกไปก็มีทุกอย่างอยู่ใกล้ ๆ ทั้ง Terminal 21 ร้านกาแฟ ร้านนวด และอาหารมื้อดึก ทุกแห่งอยู่ในระยะที่เดินถึงได้ ทำเลแบบนี้ถือว่ากำลังดีจริง ๆ:
อยู่ใกล้ย่านคึกคัก แต่ห่างไกลจากความวุ่นวาย
ห้องพักโทนสีฟ้าและสีขาวของ Tint of Blue Hotel มอบความรู้สึกสบายแบบ “กลับเข้าห้องแล้วได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก”
ตอนที่เปิดประตูห้องครั้งแรก ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ไม่ใช่ความประหลาดใจแบบโรงแรมห้าดาว แต่เป็นความรู้สึกว่า “ว้าว ราคานี้ได้ห้องแบบนี้เลยหรือ?” โทนสีภายในห้องดูเบาสบาย การผสมผสานระหว่างสีฟ้ากับสีขาวให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างคาดไม่ถึง เมื่อรวมกับแสงธรรมชาติจากหน้าต่างบานใหญ่ ห้องจึงดูกว้างกว่าที่คิดไว้
จุดเด่นของห้องพักเน้นความใช้งานได้จริง:

ห้องจริงมีขนาดค่อนข้างเล็ก แต่เมื่อมองโดยรวมกลับรู้สึกโปร่งกว้าง
เตียงนอนค่อนข้างสบาย ไม่นุ่มและไม่แข็งจนเกินไป


ข้างเตียงมีโต๊ะทำงานที่ให้บรรยากาศอบอุ่น
แม้จะไม่มีการตกแต่งที่หรูหรา แต่ห้องกลับสะอาดจนทำให้รู้สึกสบาย เป็นความสบายแบบที่เมื่อกลับเข้าห้องแล้ว จะอดไม่ได้ที่จะนั่งลงบนเตียงและปล่อยใจให้ลอยไปเงียบ ๆ
สีสันและวัสดุที่ใช้ในห้องน้ำให้ความรู้สึกผ่อนคลายมาก


ด้านนอกห้องน้ำมีครัวขนาดเล็ก
Tint of Blue Hotel อาจไม่หรูหรา แต่ทุกอย่างใช้งานได้จริง
Tint of Blue ไม่ได้เน้นความหวือหวา สิ่งอำนวยความสะดวกของที่นี่เดินตามแนวคิดว่า “มีเท่าที่พอดีก็เพียงพอ”:

มีห้องฟิตเนส Lobby เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ฝากสัมภาระได้อย่างยืดหยุ่น และยังมีที่จอดรถ ซึ่งถือว่าใจดีมากสำหรับย่านอโศก



ที่นี่อาจไม่มีสระว่ายน้ำหรูหราหรืองานศิลปะจัดวางขนาดใหญ่ แต่คุณอาจรู้สึกว่า “อืม ทุกอย่างที่นี่มีเท่าที่จำเป็นและกำลังพอดี”
อาหารเช้าเรียบง่าย แต่ให้ความรู้สึกอิ่มใจมาก
อาจเป็นเพราะได้รับอิทธิพลจากบรรยากาศ อาหารเช้าจึงแม้จะเรียบง่าย แต่กลับให้ความรู้สึกสบายใจเป็นพิเศษ






